หลายร้านลงทุนถ่ายภาพเมนูสวยงามสไตล์นิตยสารสำหรับโพสต์โซเชียล แต่พอเอาภาพเดียวกันไปใช้ในแอปเดลิเวอรี่กลับขายไม่ค่อยออก เหตุผลง่ายๆ คือภาพที่ดูดีบนโซเชียลกับภาพที่ทำให้ลูกค้ากดสั่งบนแอปเดลิเวอรี่ ต้องการมุมและองค์ประกอบที่ต่างกัน
1. ถ่ายให้เห็นเมนูเต็มจานอยู่กึ่งกลาง ไม่ใช่มุมเอียงศิลปะ
ภาพในแอปเดลิเวอรี่มักถูกครอปเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็กบนหน้าจอมือถือ มุมเอียง 45 องศาที่สวยบนโซเชียลอาจทำให้อาหารดูไม่เต็มจานหรือถูกตัดขอบ ควรถ่ายจากมุมตรงหรือมุมเฉียงเล็กน้อยที่เห็นอาหารเต็มจานชัดเจนที่สุด
2. พื้นหลังเรียบ แสงสว่าง ไม่มีของกวนสายตา
ตัดของประดับฉาก ผ้าปูโต๊ะลายเยอะ หรือช้อนส้อมที่ไม่จำเป็นออกจากเฟรม ใช้พื้นหลังสีเรียบและแสงธรรมชาติหรือไฟสีขาวนวล เพื่อให้ภาพขนาดย่อในแอปยังดูชัดเจนน่ากินแม้จะเล็กเท่าปลายนิ้ว
3. ถ่ายบรรจุภัณฑ์คู่กับอาหารในบางเมนูเพื่อสร้างความมั่นใจ
สำหรับเมนูที่ลูกค้ามักกังวลเรื่องการรั่วซึมหรือความเรียบร้อยตอนถึงมือ เช่น ซุปหรือของทอด ลองถ่ายภาพกล่องบรรจุที่ปิดสนิทวางคู่กับอาหารในจานเพื่อโชว์ความสะอาดและใส่ใจ แต่ไม่ต้องทำกับทุกเมนู ให้เก็บภาพอาหารเต็มจานไว้เป็นภาพหลักเสมอ
4. อัปเดตภาพให้ตรงกับหน้าตาจริงของอาหารที่ทำขายอยู่
ถ้าเปลี่ยนสูตร ปริมาณ หรือภาชนะ ต้องถ่ายภาพใหม่ทันที เพราะภาพเก่าที่ไม่ตรงกับของจริงเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ลูกค้าให้รีวิวแย่ในแอปเดลิเวอรี่ ทั้งที่รสชาติอาจไม่มีปัญหาเลย
5. ทดลองสลับภาพหน้าปกเมนูทุก 2-4 สัปดาห์แล้ววัดผล
แอปเดลิเวอรี่ส่วนใหญ่มีระบบสถิติยอดสั่งซื้อรายเมนู ลองเปลี่ยนภาพหน้าปกของเมนูขายดีเป็นระยะแล้วเทียบยอดสั่งก่อน-หลัง เพื่อดูว่ามุมถ่ายแบบไหนที่ทำให้ลูกค้ากดสั่งเพิ่มขึ้นจริง แทนที่จะเดาเอาเอง
สรุป
ภาพถ่ายสำหรับแอปเดลิเวอรี่มีเกณฑ์ที่ต่างจากภาพโซเชียล การปรับให้ถูกจุดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อยอดขายได้ชัดเจน หากอยากรู้ว่าภาพและข้อมูลร้านตอนนี้พร้อมดึงยอดขายเต็มที่แล้วหรือยัง ลองใช้บริการประเมินธุรกิจฟรีจาก RT ได้ที่ rtreliatech.com/free-audit เพื่อดูจุดที่ควรปรับปรุงก่อนใคร
อยากรู้ว่าร้านของคุณควรเริ่มพัฒนาตรงไหนก่อน?
ทำแบบประเมินฟรี 2 นาที รู้คะแนนสุขภาพออนไลน์ของร้านทันที ไม่ต้องกรอกอีเมล
ประเมินธุรกิจฟรี
