ลูกค้าไม่ได้ค้นหาแค่ “ร้านอาหารใกล้ฉัน” เสมอไป หลายคนพิมพ์ชื่อเมนูเฉพาะเจาะจงตรงๆ ในกูเกิล เช่น “ก๋วยเตี๋ยวเรือใกล้ฉัน” หรือ “หมูกระทะแถวนี้” ถ้าเว็บไซต์หรือโปรไฟล์ร้านของคุณไม่มีคำเหล่านี้เลย ร้านก็จะไม่โผล่ในผลการค้นหาตอนที่ลูกค้ากำลังหิวและพร้อมตัดสินใจซื้อทันที
1. ลิสต์เมนูเด่นที่คนน่าจะพิมพ์ค้นหาจริง
เขียนรายชื่อเมนูขายดี 5-10 อย่างของร้าน แล้วลองพิมพ์ในกูเกิลดูว่ามีคำแนะนำอัตโนมัติต่อท้ายว่าอะไรบ้าง เช่น พิมพ์ “ผัดไทย” แล้วดูว่ากูเกิลเติมคำว่าอะไรมาให้ นั่นคือคำที่คนค้นหาจริง
2. ใส่ชื่อเมนูในโปรไฟล์ Google Business ให้ครบ
ไปที่ช่อง “รายการสินค้า/บริการ” ใน Google Business Profile แล้วเพิ่มเมนูทีละรายการพร้อมคำอธิบายสั้นๆ ที่มีชื่อเมนูซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะกูเกิลใช้ข้อมูลนี้จับคู่กับคำค้นหา
3. ตั้งชื่อรูปภาพเมนูให้มีคีย์เวิร์ด
ก่อนอัปโหลดรูปเมนูขึ้นเว็บไซต์หรือ Google Business เปลี่ยนชื่อไฟล์จาก IMG_1234.jpg ให้เป็นชื่อที่บอกเมนูและทำเล เพราะกูเกิลอ่านชื่อไฟล์ประกอบการจัดอันดับด้วย
4. เขียนหน้าเมนูบนเว็บไซต์เป็นข้อความจริง ไม่ใช่แค่รูปภาพ
หลายร้านทำเมนูเป็นรูปภาพหรือ PDF อย่างเดียวซึ่งกูเกิลอ่านไม่ได้ ให้เพิ่มข้อความชื่อเมนูและราคาเป็นตัวอักษรจริงบนหน้าเว็บควบคู่กับรูปภาพ อย่างน้อยเมนูขายดี 10 อันดับแรก
5. รวบรวมรีวิวที่พูดถึงชื่อเมนูตรงๆ
เวลาขอให้ลูกค้ารีวิว ลองพูดกระตุ้นเบาๆ ว่า “บอกเมนูที่ชอบด้วยนะครับ” เพราะรีวิวที่มีชื่อเมนูอยู่ในนั้นช่วยให้กูเกิลเชื่อมโยงร้านคุณกับคำค้นหาเมนูนั้นมากขึ้น
สรุป
การติดอันดับกูเกิลไม่ใช่แค่เรื่องชื่อร้านหรือทำเลอีกต่อไป แต่รวมถึงเมนูที่คนเสิร์ชหาโดยตรงด้วย ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้เว็บไซต์และโปรไฟล์ร้านของคุณติดคำค้นหาเมนูไหนอยู่บ้าง ลองใช้บริการตรวจสุขภาพธุรกิจฟรีของ RT เพื่อดูจุดที่ควรแก้ก่อนเป็นอันดับแรก
อยากรู้ว่าร้านของคุณควรเริ่มพัฒนาตรงไหนก่อน?
ทำแบบประเมินฟรี 2 นาที รู้คะแนนสุขภาพออนไลน์ของร้านทันที ไม่ต้องกรอกอีเมล
ประเมินธุรกิจฟรีอ่านต่อเรื่องอื่น
ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร ไม่ตรงกันทุกเว็บ? เช็ค 5 จุดนี้ให้ตรงกัน ช่วยดัน SEO ร้านคุณให้ติดอันดับเร็วขึ้น →รีวิว Google เยอะแค่ไหนก็ไม่พอ ถ้าขอผิดจังหวะ: สูตรชวนลูกค้ารีวิวแบบเนียนๆ ที่ช่วยดัน SEO ร้านคุณ →รูปภาพบนเว็บไซต์ก็ช่วย SEO ได้ วิธีตั้งชื่อไฟล์และใส่ Alt Text ให้ Google เข้าใจร้านคุณ →
