ลูกค้ายุคนี้เริ่มเลือกร้านจากรายละเอียดเล็กๆ ที่มากกว่ารสชาติ อย่างเช่นบรรจุภัณฑ์ที่ร้านใช้ส่งเดลิเวอรี่ ถ้าร้านคุณยังใช้กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกล้วนๆ ในขณะที่ร้านข้างๆ เปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ นั่นอาจเป็นเหตุผลเล็กๆ ที่ทำให้ลูกค้าเลือกร้านอื่นแทนโดยที่คุณไม่ทันสังเกต
1. เริ่มจากจุดที่ต้นทุนไม่บานก่อน
ไม่ต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งร้านในคราวเดียว เริ่มจากของที่ราคาไม่ต่างจากของเดิมมากอย่างหลอดกระดาษหรือช้อนส้อมไม้ก่อน แล้วค่อยขยับไปเปลี่ยนกล่องหลักเมื่อร้านเห็นผลตอบรับจากลูกค้าชัดเจนแล้ว
2. ใช้บรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์โลโก้แทนการแปะสติกเกอร์
เลือกกล่องหรือถุงที่พิมพ์โลโก้ร้านลงไปเลยแทนการแปะสติกเกอร์เพิ่ม วิธีนี้นอกจากลดขยะจากสติกเกอร์แล้ว ยังทำให้ทุกออเดอร์ที่ส่งออกไปกลายเป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ให้ร้านไปในตัว
3. ให้ส่วนลดเล็กๆ กับลูกค้าที่พกภาชนะมาเอง
ตั้งส่วนลด 5-10 บาทสำหรับลูกค้าที่นำกล่องหรือแก้วส่วนตัวมาซื้อกลับ ต้นทุนที่เสียไปน้อยกว่าค่าบรรจุภัณฑ์ที่ร้านประหยัดได้ และลูกค้ากลุ่มนี้มักเป็นลูกค้าประจำที่กลับมาซื้อซ้ำบ่อยด้วย
4. เล่าเหตุผลเบื้องหลังผ่านโซเชียลมีเดียให้ลูกค้ารู้
อย่าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แบบเงียบๆ โพสต์เล่าเหตุผลสั้นๆ ว่าทำไมร้านถึงเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบนี้ ลูกค้าที่เห็นความตั้งใจมักรู้สึกดีกับร้านมากขึ้นและช่วยแชร์ต่อให้โดยธรรมชาติ
5. เลือกซัพพลายเออร์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในประเทศ
มองหาผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศแทนการสั่งนำเข้า จะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งและได้ราคาต่อชิ้นที่ร้านควบคุมได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเมื่อสั่งเป็นจำนวนมากในระยะยาว
สรุป
การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องทำทีเดียวทั้งร้าน แค่เริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วสื่อสารให้ลูกค้าเห็นความตั้งใจ ก็สามารถกลายเป็นจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งได้ ถ้าอยากรู้ว่าร้านตัวเองยังมีจุดไหนที่ปรับแล้วสร้างความแตกต่างได้อีก ลองใช้บริการประเมินธุรกิจฟรีจาก RT ได้ที่ rtreliatech.com/free-audit
อยากรู้ว่าร้านของคุณควรเริ่มพัฒนาตรงไหนก่อน?
ทำแบบประเมินฟรี 2 นาที รู้คะแนนสุขภาพออนไลน์ของร้านทันที ไม่ต้องกรอกอีเมล
ประเมินธุรกิจฟรี
