หลายคนตื่นเต้นกับการหาทำเลเปิดร้านจนลืมอ่านสัญญาเช่าให้ละเอียด พอเซ็นไปแล้วถึงมารู้ทีหลังว่าเงื่อนไขบางข้อทำให้ร้านเสียเปรียบระยะยาว ทั้งที่จริงแล้วสัญญาเช่าต่อรองได้เกือบทุกข้อถ้ารู้จักจุดที่ควรเจรจาก่อนเซ็น
1. ต่อรองช่วง Free Rent ก่อนเปิดร้านจริง
ขอเจ้าของพื้นที่ให้ช่วงตกแต่งร้าน 15-30 วันแรกไม่คิดค่าเช่าหรือคิดลดครึ่งหนึ่ง เพราะร้านยังไม่มีรายได้แต่ต้องจ่ายค่าก่อสร้างและค่าแรงช่างพร้อมกัน ข้อนี้เจ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่ยอมได้ถ้าร้านของคุณช่วยดึงลูกค้าเข้าโครงการ
2. เช็กเงื่อนไขการขึ้นค่าเช่าให้ชัดเป็นตัวเลข
อย่าปล่อยให้สัญญาเขียนคลุมเครือว่า “ปรับตามความเหมาะสม” ให้ระบุเพดานการขึ้นค่าเช่าต่อปีเป็นเปอร์เซ็นต์ชัดเจน เช่น ไม่เกิน 5% ต่อปี เพื่อวางแผนต้นทุนล่วงหน้าได้ และป้องกันการขึ้นราคากะทันหันตอนธุรกิจกำลังไปได้ดี
3. ต่อรองสิทธิ์ต่อสัญญาก่อนใคร
ใส่เงื่อนไข Right of First Refusal ให้ร้านได้สิทธิ์ต่อสัญญาก่อนเจ้าของพื้นที่นำไปเสนอรายอื่น โดยเฉพาะถ้าร้านลงทุนตกแต่งหนักในทำเลนั้น เพราะการย้ายร้านทำให้เสียทั้งลูกค้าประจำและรีวิวที่สะสมมาบน Google Maps
4. กำหนดเงื่อนไขออกจากสัญญาก่อนกำหนดให้ชัดเจน
ระบุค่าปรับหรือระยะเวลาแจ้งล่วงหน้ากรณีต้องเลิกกิจการก่อนหมดสัญญา เช่น แจ้งล่วงหน้า 60 วันแทนการจ่ายค่าเช่าที่เหลือทั้งก้อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากธุรกิจไปไม่รอดตามแผน
5. อ่านเงื่อนไขเรื่องป้ายและการตกแต่งภายนอกให้ครบ
บางพื้นที่จำกัดขนาดป้ายหรือสีที่ใช้ตกแต่งหน้าร้าน ซึ่งกระทบกับการสร้างแบรนด์และการถ่ายภาพหน้าร้านเพื่อทำการตลาด ให้ขอดูข้อบังคับของโครงการก่อนเซ็นสัญญา จะได้ไม่ต้องแก้ป้ายซ้ำหลังตกแต่งเสร็จแล้ว
สรุป
สัญญาเช่าที่ต่อรองดีตั้งแต่ต้นช่วยให้ร้านมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้และมีความมั่นคงระยะยาว ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่าหรือขยายสาขาใหม่ ลองให้ RT Reliatech ช่วยประเมินภาพรวมธุรกิจฟรีที่ /free-audit/ เพื่อวางแผนการเติบโตให้รอบด้านมากขึ้น
อยากรู้ว่าร้านของคุณควรเริ่มพัฒนาตรงไหนก่อน?
ทำแบบประเมินฟรี 2 นาที รู้คะแนนสุขภาพออนไลน์ของร้านทันที ไม่ต้องกรอกอีเมล
ประเมินธุรกิจฟรี
